fbpx

การสร้างเว็บไซต์ ให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

0

การสร้างเว็บไซต์เพื่อที่จะทำให้มีเว็บเป็นของตัวเอง เพื่อทำการขายธุรกิจสินค้าหรือบริการผ่านเน็ต โดยการมีเว็บไซต์ของตัวเอง ก็จะได้ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน หรือจ้างบุคคลมาเพื่อขายสินค้า ต้นทุนในการทำเว็บก็มีราคาไม่สูงเท่ากับการมีหน้าร้าน สำหรับการสร้างเว็บไซต์ให้เหมาะกับธุรกิจนั้น สามารถทำได้ง่ายๆ ได้ดังนี้

1. สร้างเว็บไซต์ด้วยการเขียนโปรแกรม

การสร้างเว็บไซต์ด้วยวิธีนี้ จำเป็นจะต้องมีพื้นฐานความรู้ในเรื่องของการเขียนโปรแกรม และการใช้ภาษาของคอมพิวเตอร์เสียก่อน เช่น CSS HTML PHP หรือ JavaScript ก่อนการสร้างเว็บขึ้นมา เพราะการสร้างเว็บด้วยการเขียนโปรแกรมเป็นวิธีการสร้างเว็บที่จะต้องเริ่มต้น จัดวาง และกำหนดองค์ประกอบต่างๆ ภายในเว็บไซต์ขึ้นมาเองทั้งหมด หากต้องการสร้างเว็บด้วยวิธีนี้ผู้ทำจะต้องมีความรู้พื้นฐานของโปรแกรมพอสมควร

การรักษาความปลอดภัย, การป้องกัน

– ข้อดีของการสร้างเว็บด้วยการเขียนโปรแกรม

การสร้างเว็บด้วยการเขียนโปรแกรม คือ ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา และสามารถทำการปรับแต่งเว็บเองได้ทุกเมนู

– ข้อเสียของการสร้างเว็บด้วยการเขียนโปรแกรม

การสร้างเว็บด้วยการเขียนโปรแกรม คือ ผู้สร้างจำเป็นจะต้องมีพื้นฐานความรู้ในเรื่องของภาษาคอมพิวเตอร์ ดังนั้น วิธีนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม และมีประสบการณ์ในด้านการเขียนโปรแกรมมาก่อน การสร้างเว็บด้วยการเขียนโปรแกรม นิยใช้ในการสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ หรือองค์กรที่มีขนาดใหญ่ที่มีความต้องการความแตกต่างให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ธุรกิจนั้น

2. สร้างเว็บด้วย CMS Software

CMS คืออะไร

CMS ย่อมาจาก Content Management System คือ ระบบการจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์ (ContentManagement System : CMS) คือ ระบบที่พัฒนาคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยลดทรัพยากรในการพัฒนา (Development) และบริหาร(Management) เว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำลังคน ระยะเวลา และเงินทอง ที่ใช้ในการสร้างและควบคุมดูแลเว็บไซต์

CMS นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ทั้ง WordPress, Joomla, Drupal, Magento และ Prestashop ที่ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ตัวไหนก็ได้ แต่ที่นิยมในปัจจุบันมากที่สุดจะเป็น WordPress เพราะใช้งานง่ายที่สุดหากเปรียบเทียบกับ CMS ตัวอื่นๆ

– ข้อดีของการสร้างเว็บไซต์ด้วย CMS Software

การสร้างเว็บไซต์ด้วย CMS คือ สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว โดยสามารถทำการติดตั้ง เลือกรูปแบบของเว็บไซต์ และใส่ข้อมูลลงไปก็สามารถใช้งานได้เลย

– ข้อเสียของการสร้างเว็บไซต์ด้วย CMS Software

การสร้างเว็บไซต์ด้วย CMS คือ ผู้ใช้จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการใช้งานปรับแต่งอย่างละเอียด เมื่อต้องการปรับแต่งส่วนใดส่วนหนึ่ง วิธีการสร้างเว็บไซต์ด้วย CMS Software จึงเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการทำเว็บไซต์ประเภทธุรกิจ SMEs หรือธุรกิจที่กำลังเปิดตัวใหม่มากที่สุด

3. สร้างเว็บไซต์ด้วยเว็บสำเร็จรูป

การสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปนั้น จะมีรูปแบบการสร้างที่คล้ายกับการสร้างเว็บด้วย CMS Software ที่ผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบและทำการใส่ข้อมูลเนื้อหาของเว็บไซต์ลงไปได้เลย แต่จะแตกต่างกันแค่ตรงที่เว็บไซต์สำเร็จรูปนั้นจะมีผู้ให้บริการเป็นรายๆ อย่างไรก็ตามถ้าต้องการทำเว็บไซต์สำเร็จรูปก็สามารถทำการค้นหาผ่านกูเกิลได้เลย

Macbook, แล็ปท็อป, Ipad, แอปเปิ้ล

– ข้อดีของการสร้างเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป

การสร้างเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป คือ ผู้ใช้สามารถทำได้ถึงแม้จะไม่มีความรู้ในด้านคอมพิวเตอร์ โดยเพียงเซ็นสัญญา ชำระเงินเท่านั้น ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้แล้ว

– ข้อเสียของการสร้างเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป

ข้อเสียของการสร้างเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป คือ ปัญหาในเรื่องของการเปลี่ยนผู้ให้บริการที่จะทำได้ยาก หากผู้ใช้เลือกใช้บริการเจ้าใดเจ้าหนึ่งก็จำเป็นจะต้องใช้บริการตลอดไป หรือถ้าหากผู้ใช้ต้องการเปลี่ยนผู้ให้บริการจริงๆ บางครั้งผู้ใช้ก็ต้องสร้างเว็บไซต์ใหม่ขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะเปลี่ยนผู้ให้บริการ

การสร้างเว็บไซต์ด้วยเว็บสำเร็จรูปจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของการสร้างเว็บ แต่มีเงินทุนในการจัดจ้างผู้ให้บริการสร้างเว็บให้ เหมาะกับประเภทธุรกิจออนไลน์

การมีเว็บไซต์ก็ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งให้กับผู้ประกอบการที่มีธุรกิจสินค้าขายออนไลน์ ให้สามารถสร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น มีกลุ่มเป้าหมายที่ตรงจุด และมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยการเสียต้นทุนไม่สูงมาก แม้ผู้ใช้จะไม่มีความรู้ในเรื่องของคอมพิวเตอร์มากเท่าไร แต่ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเป็นของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพให้เหมาะกับโลกสังคมออนไลน์ได้

เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา

แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Fanpage : Aj Link

ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net

WordPress พบการโจมตี จากเว็บไปยังเว็บแบบ brute-force

0

ผู้ใช้ WordPress กำลังพบกับปัญหาเรื่องความปลอดภัย บริษัทวิจัยความปลอดภัย WordFence รายงานพบการโจมตีเว็บไซต์ที่ใช้ WordPress แบบ brute-force ด้วยการสุ่มยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดเพื่อฝังบอทเน็ต โดยตอนนี้มีเว็บไซต์ติดบอทเน็ตแล้วกว่า 2 หมื่นเว็บซึ่งถูกใช้เป็นฐานแพร่บอทเน็ตไปเว็บอื่นๆ ต่อไปด้วย

แฮกเกอร์จะอาศัยการ brute-force ผ่านฟีเจอร์ XML-RPC ที่เปิดให้เว็บอื่นเรียกใช้งาน WordPress โดย WordFence ระบุว่าวิธีนี้มีโอกาสสำเร็จมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการโจมตีแบบทีละหลายๆ เว็บไซต์ เมื่อแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงบัญชี WordPress ได้แล้วจะฝังบอทเน็ตที่สั่งงานจากเซิร์ฟเวอร์ C2 4 ตัวผ่านพร็อกซี่เอาไว้

โปรแกรมบล็อกที่ถูกต้องตามกฎหมายจะใช้วิธีการนี้เพื่อส่งเนื้อหาบล็อกสำหรับเว็บไซต์ WordPress เพื่อจัดรูปแบบและเผยแพร่ ผู้โจมตียังสามารถลองใช้รหัสผ่านต่างๆ และจัดการกับเว็บไซต์ได้ถ้าหากมีการเข้าถึง

สำหรับการสร้างรหัสผ่านที่ใช้รายชื่อผู้ใช้พร้อมกับรายการรหัสผ่านทั่วไปและใช้อัลกอริทึมแบบง่ายๆ เพื่อที่จะสร้างชุดรหัสผ่านใหม่จากชื่อผู้ใช้ ดังนั้นจึงอาจลองใช้ชื่อผู้ใช้ด้วยรหัสผ่าน เช่น ชื่อผู้ใช้123, ชื่อผู้ใช้2018 เป็นต้น และเมื่อมีการใช้ในหลายเว็บไซต์โอกาสโจมตีก็จะมีความสำเร็จเพิ่มขึ้นด้วย

WordFence แนะนำวิธีสร้างความปลอดภัยให้เว็บไซต์ที่ใช้ WordPress

  • จำกัดจำนวนครั้งในการล็อกอินเข้าใช้งาน
  • ตั้งพาสเวิร์ดที่ยากต่อการคาดเดา
  • ตั้งค่าการยืนยันตัวตนหลายขั้น (MFA, 2FA) ไปจนถึงจำกัดการเข้าถึงแอคเคาท์เฉพาะบาง IP หรือใบรับรองดิจิทัลบางตัวเท่านั้น
  • การตรวจสอบการให้สิทธิ์ผ่าน SMS มือถือ เพื่อการป้องกันเป็นพิเศษ

หากมีไซต์ WordPress จะต้องตรวจสอบและบันทึกการตรวจสอบสำหรับกิจกรรมที่น่าสงสัย และตรวจสอบความปลอดภัยของรหัสผ่านและเปิดใช้งานการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (MFA หรือ 2FA) เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา

แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Fanpage : Aj Link

ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net

ที่มา – NakedSecurity

ใช้พิกเซลกระตุ้นยอดขายบนเว็บไซต์

0

การเลือกคู่มือที่ถูกต้อง

คุณควรเลือกวิธีที่จะนำมาใช้กระตุ้นยอดขายบนเว็บไซต์โดยพิจารณาจากจำนวนกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ ดูจำนวนกิจกรรมนี้ได้โดยการตรวจสอบจำนวนเหตุการณ์พิกเซลที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์พิกเซลเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ดำเนินการบางอย่างบนเว็บไซต์ของคุณ (เช่น ชมหน้าเว็บ เพิ่มสินค้าลงในตะกร้า หรือเสร็จสิ้นการซื้อ)

ตัวเลขบ่งชี้เกณฑ์มาตรฐานเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจบริบทและนำคุณไปสู่คู่มือที่ถูกต้อง

  • หากเหตุการณ์พิกเซลบนเว็บไซต์ของคุณในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีน้อยกว่า 500 เหตุการณ์ คุณควรสร้างข้อมูลและฐานลูกค้าออนไลน์ก่อนเริ่มใช้การปรับให้เหมาะสมเพื่อคอนเวอร์ชั่น คู่มือเริ่มต้นของเราจะแสดงให้คุณทราบถึงวิธีการทำเช่นนั้น
  • หากเหตุการณ์พิกเซลบนเว็บไซต์ของคุณในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีมากกว่า 500 เหตุการณ์แต่น้อยกว่า 10,000 เหตุการณ์ คุณควรเริ่มทดลองใช้การปรับให้เหมาะสมเพื่อคอนเวอร์ชั่นและการกำหนดเป้าหมายแบบตามเจตนาของผู้เข้าชม คู่มือระดับปานกลางของเราจะแสดงให้คุณทราบถึงวิธีการทำเช่นนั้น
  • หากเหตุการณ์พิกเซลบนเว็บไซต์ของคุณในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีมากกว่า 10,000 เหตุการณ์ หมายความว่าคุณอยู่ในจุดที่สามารถใช้การปรับให้เหมาะสมกับคอนเวอร์ชั่นเป็นจุดหลักของกลยุทธ์การโฆษณาได้แล้ว คู่มือระดับสูงของเราจะแสดงให้คุณทราบถึงวิธีปรับแต่งและขยายขอบเขตแคมเปญของคุณ โปรดทราบว่า หากคุณมีเหตุการณ์พิกเซลรายสัปดาห์หลายรายการ แต่ยังไม่เคยใช้การปรับให้เหมาะสมกับคอนเวอร์ชั่นมาก่อน คุณอาจต้องการเริ่มต้นด้วยคู่มือระดับปานกลางของเรา เพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานของการปรับให้เหมาะสมกับคอนเวอร์ชั่น

หมายเหตุ: จำนวนการทำงานของพิกเซลที่คุณเห็นคือมาตรวัดกิจกรรมทั้งหมดบนเว็บไซต์ของคุณ ไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมที่ขับเคลื่อนโดยโฆษณาบน Facebook

เลือกคำแนะนำที่ถูกต้องโดยการคลิกลิงก์ที่ถูกต้องด้านบนเพื่อเริ่มต้นการใช้งาน คุณสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยความอดทนและความเต็มใจที่จะทดสอบและปรับเปลี่ยน

เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา

แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Fanpage : Aj Link

ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net 

ข้อมูลจาก Facebook

Follow us

20,193แฟนคลับชอบ
2,249ผู้ติดตามติดตาม
14,700สมาชิกติดตาม @AjLink

Latest news

error: Content is protected !!