fbpx

ค้นหาผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองเพื่อจัดการบัญชีคุณ

0

หากคุณไม่มีเวลาดูแลว่าการลงทุนของคุณให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ลองพิจารณาจ้างพาร์ทเนอร์ของ Google เพื่อจัดการบัญชี AdWords ให้คุณ พาร์ทเนอร์ของ Google คือเอเจนซี มืออาชีพด้านการตลาด และผู้เชี่ยวชาญบนโลกออนไลน์ที่ผ่านการรับรองจาก Google สำหรับการจัดการบัญชี AdWords

พาร์ทเนอร์ของ Google มีอยู่หลายพันรายทั่วโลก คุณสามารถค้นหาพาร์ทเนอร์ตามชื่อ หรือค้นหาตามสถานที่ตั้ง งบประมาณโฆษณา หรือประเภทบริการที่คุณต้องการให้ช่วยเหลือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีค้นหาพาร์ทเนอร์ของ Google ที่เหมาะสม

เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา

แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Fanpage : Aj Link

ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net

ข้อมูลจาก Google

การปรับเว็บไซต์ให้เหมาะกับโทรศัพท์ หรือ แท็บเล็ต

0

 เหตุใดอุปกรณ์เคลื่อนที่จึงสำคัญ

ควรทำให้เว็บไซต์ทำงานได้ดีในอุปกรณ์เคลื่อนที่ ดังนั้นถ้ายังไม่ได้ลงทุนทำให้เว็บไซต์เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้ว ด้านล่างนี้คือเหตุผลบางประการที่แสดงให้เห็นว่าทำไมการแสดงตัวตนในอุปกรณ์เคลื่อนที่จึงสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจของคุณ

  • ไซต์ที่เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่จะแสดงอยู่ในอันดับที่สูงกว่าในผลการค้นหา
  • การค้นหาจากอุปกรณ์เคลื่อนที่มีจำนวนมากกว่าครึ่งของการค้นหาใน Google.com
  • ผู้ลงโฆษณาจำนวนมากได้รับการเข้าชมส่วนใหญ่จากผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ
  • หากไซต์ไม่เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ผู้เข้าชมมีแนวโน้มจะจากไปถึง 5 เท่า

เว็บไซต์ของคุณเหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือไม่

ลองนึกว่าตัวเองเป็นผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า แล้วเปิดเว็บไซต์ในโทรศัพท์ ดูว่าเว็บไซต์โหลดเร็วแค่ไหน คุณพบสิ่งที่มองหาได้ง่ายไหม

เมื่อผู้ใช้เข้าชมเว็บไซต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ก็ย่อมคาดหวังที่จะได้รับคำตอบทันที พวกเขาต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจของคุณอย่างรวดเร็ว และตัดสินใจว่าสนใจหรือไม่ ประสบการณ์ในเว็บไซต์จะส่งผลอย่างมากต่อความประทับใจที่ผู้ใช้มีต่อธุุรกิจของคุณ และแนวโน้มที่พวกเขาจะกลายเป็นลูกค้า

การออกแบบเว็บไซต์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่จะมุ่งเน้นในเรื่องการทำให้ผู้ใช้ไปยังสิ่งที่กำลังมองหาผ่านเส้นทางที่ชัดเจน ไม่ซับซ้อน

การเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่

องค์ประกอบ 2-3 ข้อที่ทำให้เว็บไซต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่มีประสิทธิภาพมีดังนี้

  • ไซต์ของคุณโหลดได้รวดเร็วหรือไม่ ผู้เข้าชมเกือบครึ่งจะออกจากเว็บไซต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่หากหน้าเว็บไม่โหลดภายใน 3 วินาที ลดเวลาในการโหลดข้อมูล (เวลาที่หน้าเว็บใช้ในการปรากฏขึ้นบนหน้าจอของคุณ) ให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถไปยังส่วนต่างๆ ในเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
  • ไปยังส่วนต่างๆ ได้ง่ายหรือไม่ ผู้เข้าชมอาจหาสิ่งที่ต้องการได้ยากในหน้าจอขนาดเล็ก โดยยิ่งต้องค้นหาไปทั่วหรือซูมข้อมูลเข้ามากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งมีแนวโน้มจะหงุดหงิดและจากไปมากขึ้น คุณสามารถช่วยให้ผู้เข้าชมพบสิ่งที่ต้องการได้โดยการลดความซับซ้อนของเมนูไซต์ และพยายามทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมองเห็นได้โดยไม่ต้องซูมเข้าเพื่ออ่าน
  • ดำเนินการได้ง่ายหรือไม่ เว็บไซต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ควรทำให้ผู้เข้าชมทำงานทั่วๆ ไป เช่น ติดต่อคุณ ค้นหาผลิตภัณฑ์ หรือซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย พยายามลดจำนวนขั้นตอนที่ต้องใช้ในการกรอกแบบฟอร์มหรือทำธุรกรรมให้เหลือน้อยที่สุด

เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา

แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Fanpage : Aj Link

ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net

ข้อมูลจาก Google

ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการเสนอราคา

0

AdWords ให้คุณเสนอราคาสำหรับโฆษณาได้หลายวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณและธุรกิจของคุณ ผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นที่จำนวนคลิก การแสดงผล Conversion หรือการดู (สำหรับโฆษณาวิดีโอ)

เมื่อคุณได้ตัดสินใจที่จะโฆษณากับ AdWords คุณอาจมีเป้าหมายในใจสำหรับโฆษณาของคุณชัดเจนอยู่แล้ว เช่น หากคุณขายกาแฟ ก็อาจจะอยากให้มีคนมาเยี่ยมชมร้านมากขึ้น หากคุณมีชมรมเดินป่า ก็อาจจะตั้งเป้าให้มีคนมาสมัครรับจดหมายข่าวของคุณมากขึ้น

มุ่งเน้นที่จำนวนคลิก (สำหรับโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาและดิสเพลย์)

หากเป้าหมายหลักของคุณคือมีผู้เข้าชมเว็บไซต์ ก็ควรจะเริ่มจากเน้นจำนวนคลิก เลือกการเสนอราคาแบบราคาต่อหนึ่งคลิก (CPC) เพื่อจ่ายเฉพาะเวลาที่มีผู้คลิกที่โฆษณาและมายังไซต์ของคุณ

ในการเสนอราคา CPC คุณเลือกได้ระหว่าง

  • การเสนอราคาอัตโนมัตินี่คือวิธีเสนอราคาที่ง่ายที่สุด ตั้งงบประมาณรายวัน จากนั้นปล่อยให้ AdWords ปรับการเสนอราคา CPC ของคุณให้คุณได้รับจำนวนคลิกมากที่สุดภายในงบประมาณดังกล่าว
  • การเสนอราคาด้วยตนเองควบคุมราคาเสนอ CPC ของคุณอย่างเต็มที่ การเสนอราคาด้วยตนเองให้โอกาสคุณตั้งราคาที่ต้องการเสนอในระดับกลุ่มโฆษณา หรือสำหรับคำหลักแต่ละคำ หรือตำแหน่งโฆษณาแต่ละตำแหน่ง จึงมั่นใจได้ว่า คุณกำลังเสนอราคาสำหรับสิ่งที่ต้องการจริงๆ และสำหรับคลิกที่มีความหมายกับคุณที่สุดเท่านั้น

มุ่งเน้นที่การแสดงผล

แทนที่จะจ่ายตามการคลิก คุณอาจเลือกจ่ายตามจำนวนครั้งที่โฆษณาปรากฏโดยได้แสดง หากแคมเปญของคุณกำหนดเป้าหมายเฉพาะเครือข่ายดิสเพลย์ วิธีนี้เรียกว่าการเสนอราคาแบบราคาต่อการแสดงผลพันครั้งที่ได้แสดง (vCPM) เนื่องจากคุณจะจ่ายสำหรับทุกๆ 1,000 ครั้งที่โฆษณาปรากฏและได้แสดง หากสิ่งที่คุณสนใจที่สุดคือการได้แสดงชื่อหรือโลโก้ของคุณต่อผู้คนจำนวนมาก

มุ่งเน้นที่ Conversion (สำหรับโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหา ดิสเพลย์ และโฆษณา Shopping)

ด้วยวิธีการเสนอราคาขั้นสูงนี้ คุณสามารถบอก AdWords ว่าคุณยินดีจะจ่ายเงินเท่าใดสำหรับแต่ละ Conversion หรือราคาต่อหนึ่งการกระทำ (CPA) Conversion (ซึ่งบางครั้งจะเรียกว่า การกระทำ) คือการกระทำใดๆ ที่คุณต้องการจะเห็นในเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งมักหมายถึงการขาย แต่อาจเป็นการลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลทางอีเมลหรือการดำเนินการอื่นๆ ก็ได้ คุณจ่ายสำหรับแต่ละคลิกที่ได้รับ ในขณะที่ AdWords จะตั้งราคาเสนอให้กับคุณโดยอัตโนมัติเพื่อให้คุณได้รับ Conversion มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายใต้ราคาเสนอต่อหนึ่งการกระทำที่คุณกำหนด

มุ่งเน้นที่การดู (สำหรับโฆษณาวิดีโอเท่านั้น)

หากเป้าหมายหลักของคุณคือการประเมินว่าผู้ดูมีส่วนร่วมกับเนื้อหาวิดีโอของคุณมากน้อยเพียงใด พวกเขาเลือกดูวิดีโอของคุณที่ใด และเลิกดูเนื้อหาของคุณเมื่อใด คุณจะใช้การเสนอราคาแบบราคาต่อการดู (CPV) เมื่อใช้การเสนอราคา CPV คุณจะจ่ายสำหรับการดูวิดีโอและการโต้ตอบอื่นๆ กับวิดีโอ เช่น การคลิกที่โฆษณาซ้อนทับกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) การ์ด และแบนเนอร์ที่แสดงร่วมกัน

ในการตั้งค่าราคาเสนอ CPV คุณจะป้อนราคาสูงสุดที่คุณต้องการจ่ายให้กับการดู 1 ครั้งขณะตั้งค่าแคมเปญวิดีโอ TrueView ราคาเสนอนี้เรียกว่าราคาเสนอ CPV สูงสุดของคุณ หรือเรียกง่ายๆ ว่า “CPV สูงสุด” ราคาเสนอนี้ใช้กับระดับแคมเปญ แต่คุณก็สามารถตั้งราคาเสนอ CPV เพื่อใช้กับรูปแบบโฆษณาได้เช่นกัน

เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา

แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Fanpage : Aj Link

ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net 

ข้อมูลจาก Google

การเสนอราคาในการเข้าชมแต่ละครั้ง (CPV)

0

การเสนอราคาแบบราคาต่อการดู (CPV) เป็นวิธีเริ่มต้นในการกำหนดจำนวนเงินที่คุณจะจ่ายสำหรับโฆษณาวิดีโอ TrueView (เมื่อสร้างด้วย AdWords) เมื่อใช้การเสนอราคา CPV คุณจะจ่ายสำหรับการดูวิดีโอและการโต้ตอบอื่นๆ กับวิดีโอ (เช่น การคลิกที่โฆษณาซ้อนทับกระตุ้นการตัดสินใจ การ์ด และแบนเนอร์ที่แสดงร่วมกัน) ขึ้นอยู่กับว่ากรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน

สำหรับโฆษณาแบบข้อความหรือแบบรูปภาพออนไลน์แบบเดิม ลูกค้าบนเว็บอาจเห็นโฆษณา อ่านข้อความ แล้วจึงคลิก URL เพื่อไปยังไซต์ของคุณโดยตรง การโต้ตอบประเภทนี้ไม่ได้นำเนื้อหาแบบโต้ตอบอย่างโฆษณาวิดีโอมาพิจารณา ด้วย CPV และการรายงานโฆษณาวิดีโอ คุณจะทราบได้ว่าผู้ดูมีส่วนร่วมกับเนื้อหาของคุณมากน้อยเพียงใด พวกเขาเลือกที่จะดูวิดีโอของคุณในที่ใด และเลิกดูเนื้อหาของคุณเมื่อใด

วิธีการทำงาน

ในการตั้งค่าราคาเสนอ CPV คุณจะป้อนจำนวนเงินสูงสุดที่คุณต้องการจ่ายต่อการดู 1 ครั้งไปพร้อมกับตั้งค่ากลุ่มโฆษณาในแคมเปญวิดีโอ ราคาเสนอนี้เรียกว่าราคาเสนอ CPV สูงสุดของคุณ หรือเรียกง่ายๆ ว่า “CPV สูงสุด” ราคาเสนอนี้จะใช้กับทุกโฆษณาในกลุ่มโฆษณานั้นๆ

ตัวอย่าง

หากคุณคิดว่า ถ้ามีคนคนหนึ่งเข้ามาดูวิดีโอของคุณก็คุ้มที่จะจ่าย 10 บาทแล้ว คุณก็สามารถตั้งการเสนอราคา CPV สูงสุดเป็น 10 บาท ซึ่งหมายถึง

  • สำหรับโฆษณาวิดีโอ TrueView ในสตรีม คุณจะจ่ายไม่เกิน 10 บาทเมื่อมีคนดูวิดีโอของคุณ 30 วินาที (หรือดูจนจบถ้าวิดีโอสั้นกว่า 30 วินาที) หรือมีส่วนร่วมกับวิดีโอ ขึ้นอยู่กับว่ากรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน องค์ประกอบเชิงโต้ตอบรวมถึงโฆษณาซ้อนทับกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) การ์ด แบนเนอร์ที่แสดงร่วมกัน และลิงก์ไปที่เว็บไซต์ของคุณหรือแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • สำหรับโฆษณาวิดีโอ TrueView video discovery คุณจะจ่ายไม่เกิน 10 บาทเมื่อมีคนคลิกภาพขนาดย่อหรือชื่อของโฆษณาวิดีโอและเริ่มดูวิดีโอของคุณ
  • วิธีตัดสินใจตั้งราคาเสนอ CPV สูงสุด

    คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าจะตั้งราคาเสนอ CPV สูงสุดเท่าใด คุณสามารถตั้ง CPV โดยเทียบจากข้อมูลคาดการณ์การค้นหาที่เราแสดงให้ดูเมื่อคุณเลือกการตั้งค่าการกำหนดเป้าหมายและ CPV สูงสุดเมื่อสร้างแคมเปญใหม่ (หรือเมื่อจัดการกลุ่มโฆษณาในภายหลัง) และคุณยังสามารถตัดสินได้จากข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของคุณเองและมูลค่าของการดูแต่ละครั้งได้ด้วยเช่นกัน

    จำนวนเงินที่เราเรียกเก็บจากคุณ

    ราคาเสนอ CPV สูงสุดเป็นจำนวนเงินสูงสุดที่เราอาจเรียกเก็บจากคุณสำหรับการดูวิดีโอครั้งหนึ่ง แต่อาจไม่ได้เรียกเก็บเป็นจำนวนเงินสูงสุดนี้เสมอไป หากเป็นไปได้ เราจะพยายามเรียกเก็บเงินจากคุณเท่าที่จำเป็นในการให้โฆษณาของคุณปรากฏบนหน้าเว็บได้เท่านั้น จำนวนเงินที่เรียกเก็บจากคุณจริงๆ เมื่อมีการดูเรียกว่า CPV จริง

    CPV จริงมักจะน้อยกว่า CPV สูงสุด เพราะในการประมูล AdWords คุณจะจ่ายเงินไม่เกินจำนวนที่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อให้อยู่ในอันดับสูงกว่าผู้ลงโฆษณาที่อยู่ต่ำกว่าคุณ

    มีองค์ประกอบ 2 อย่างที่ส่งผลต่อ CPV จริงที่คุณจ่าย ได้แก่ คะแนนคุณภาพและลำดับโฆษณา คะแนนคุณภาพเป็นการวัดความเกี่ยวข้องที่โฆษณาของคุณมีต่อลูกค้า และรวมถึงปัจจัยด้านประสิทธิภาพหลายรายการ เช่น อัตราการดู เป็นต้น เมื่อเราคำนวณคะแนนคุณภาพของคุณออกมาแล้ว เราจะนำไปคูณกับราคาเสนอ CPV สูงสุด เพื่อจัดอันดับโฆษณาของคุณเทียบกับโฆษณาของผู้ลงโฆษณารายอื่นๆ ค่าที่ได้นี้เรียกว่า ลำดับโฆษณา

CPV ส่งผลกับลำดับโฆษณาอย่างไร

ราคาเสนอ CPV สูงสุดที่คุณตั้งไว้ช่วยกำหนดโอกาสที่โฆษณาของคุณจะชนะการประมูลและปรากฏต่อผู้ดู สำหรับโฆษณา TrueView video discovery ที่แสดงในผลการค้นหาของ YouTube ราคาเสนอนี้อาจส่งผลต่อตำแหน่งของโฆษณาของคุณเทียบกับโฆษณาอื่นๆ ในหน้าผลการค้นหาด้วย

เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา

แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Fanpage : Aj Link

ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net 

ข้อมูลจาก Google

Follow us

20,179แฟนคลับชอบ
2,248ผู้ติดตามติดตาม
14,700สมาชิกติดตาม @AjLink

Latest news

error: Content is protected !!