fbpx
หน้าแรกApps & Softwareถ่ายเซลฟี่สวยด้วยแอพ เสี่ยงเป็นคนขาดความมั่นใจ

ถ่ายเซลฟี่สวยด้วยแอพ เสี่ยงเป็นคนขาดความมั่นใจ

Author

Date

Category

กรมสุขภาพจิตเป็นห่วงผู้ที่ชอบโพสต์ภาพเซลฟี่แล้วใช้แอพเติมแต่งความสวยก่อนโพสต์ลงบนโลกโซเซียล เพื่อหวังเรียกความเชื่อมั่นจากยอดไลค์ ห่วงเสี่ยงเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในตนเองบนโลกแห่งความเป็นจริง  โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นนั้น จะทำให้มีการพัฒนาตัวเองยาก ขาดภาวะการเป็นผู้นำ  ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศชาติอาจขาดนักคิดนวัตกรรมสิ่งสร้างสรรค์ แนะนำการป้องกันลูกหลานเสพติดเซลฟี่  ต้องสอนให้เด็กรู้จักคบเพื่อน  และให้ยอมรับความแตกต่างของคนที่มีไม่เหมือนกัน หรือไม่เท่ากัน 

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์  อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้ให้สัมภาษณ์ว่า มีความเป็นห่วงพฤติกรรมการเซลฟี่ (selfie) ของประชาชนในสังคมออนไลน์ ที่กลายเป็นพฤติกรรมเคยชิน ซึ่งจะเป็นการสื่อสารการแสดงออกถึงตัวตน โดยการถ่ายรูปตนเองในอิริยาบทต่างๆ แล้วนำภาพมาแชร์หรือเผยแพร่บนโลกสังคมออนไลน์ การเซลฟี่นั้นมีความสำคัญกับความคิดในเรื่องของตัวตนอย่างมาก มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง 

หากเซลฟี่ในลักษณะที่เหมาะสม คือ เผยแพร่โดยไม่ได้หวังอะไร ก็จะไม่มีผลเสีย อาจจะแค่เก็บไว้เป็นความประทับใจได้ แต่ถ้าหากเซลฟี่ติดกันมาก เพื่อให้เพื่อนๆ มากดไลค์หรือเขียนข้อความแสดงความเห็นต่างๆ จนเกิดความหมกมุ่น อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นหรือความมั่นใจในตัวเอง หากโพสต์รูปตัวเองไปแล้วและได้รับการตอบรับน้อย คนกดไลค์หรือแสดงความคิดเห็นน้อย ไม่เป็นไปตามคาดหวังและโพลต์ใหม่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ จะส่งผลให้บุคคลนั้นขาดความมั่นใจ และอาจไม่พอใจรูปลักษณ์ตัวเอง เกิดความกังวล ชีวิตไม่มีความสุข เมื่ออาการเหล่านี้สะสมไปเรื่อยๆ ก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจและอารมณ์ได้ง่าย เช่น หวาดระแวง  เครียด  ซึมเศร้า เป็นภัยเงียบที่น่าเป็นห่วง  โดยหากเป็นช่วงวัยรุ่น จะมีผลกระทบต่ออนาคตได้ เด็กขาดความมั่นใจในตัวเอง จะมีผลในการพัฒนาตัวเองยาก ขาดภาวะการเป็นผู้นำ ซึ่งมีความสำคัญมากในการใช้ชีวิตทั้งการทำงาน ครอบครัว โอกาสที่จะคิดพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ จึงเป็นไปได้ยากขึ้น  มีผลต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตอย่างคาดไม่ถึง

ภาพถ่าย, ตัวจับเวลา, การถ่ายภาพ, เซลฟี

ทางด้านแพทย์หญิงกุสุมาวดี  คำเกลี้ยง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า โดยทั่วไปตัวตนของคนเรา มี 4 ประเภท คือ

1.ตัวตนจริงๆ เช่น รูปร่าง หน้าตา ความสวย ความหล่อ การมีทักษะความสามารถ

2. ตัวตนที่เรารับรู้ตัวเอง ซึ่งอาจตรงหรือไม่ตรงกับตัวตนที่แท้จริงก็ได้ เช่น คนที่เห็นแก่ตัวอาจไม่รู้สึกว่าตนเองเป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นต้น

3.ตัวตนในอุดมคติ เป็นตัวตนในความฝันที่อยากจะเป็นหรือมีบุคคลต้นแบบที่อยากจะใช้ชีวิตตาม เช่น อยากมีหน้าตาแบบดารา หรือแต่งตัวแบบคนดัง

4. ตัวตนที่เรารับรู้จากการมองของคนรอบข้าง ( Looking -glass self) และเราก็มักจะปฏิบัติตนให้สอดคล้องและมีการปรุงแต่งไปตามค่านิยมหรือความต้องการสังคม ตัวตนประเภทนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมของเราทั้งในโลกความจริงและในโลกสังคมออนไลน์

แพทย์หญิงกุสุมาวดี กล่าวต่อว่า การถ่ายภาพเซลฟี่ เปรียบเสมือนการได้ส่องกระจก  พฤติกรรมถ่ายเซลฟี่ที่น่าเป็นห่วงมี 2 ประเภท

ประเภทแรก คือการถ่ายเซลฟี่ร่วมกับการใช้แอพลิเคชั่นเพื่อแต่งเติมหน้าตัวเองให้ดูดีมีสีสันสดใสขึ้นตามความต้องการ เช่น การทำตาดำโต หน้าเรียว แก้มชมพู  ปากแดงซึ่งขณะนี้กำลังได้รับความนิยมมากทั้งไทยและต่างประเทศ  จัดว่าเป็นภาพตัวตนในอุดมคติ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงหากต้องปรับเปลี่ยนตัวเองบ่อยๆ จะมีผลทำให้ขาดความมั่นใจในการเผชิญหน้าจริงกับผู้คนที่เป็นเพื่อนในโลกโซเชียลหรือการเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง อาจจะทำให้กลายเป็นยอมรับความจริงไม่ได้   

ประเภทที่สอง คือการใช้แอพถ่ายเซลฟี่บ่อยถี่จนเกินไปอาจเป็นสัญญานของผู้ที่หมกมุ่นไม่พึงพอใจรูปร่างหน้าตาของตนเองมากผิดปกติเรียกว่ากลุ่มอาการบีดีดี (Body Dysmorphic Disorder :BDD) คนกลุ่มนี้จะนิยมการใช้แอพถ่ายภาพเซลฟี่เพราะสามารถตอบโจทย์โดยตรวจสอบรูปร่างหน้าตาของตัวเองได้บ่อยตามต้องการ อาจมีพฤติกรรมหมกมุ่นไม่พอใจในรูปร่างหน้าตาตัวเองและใช้แอพเซลฟี่ตลอดเวลาบางกรณีถึงขั้นหลุดจากโลกความเป็นจริงจนถึงขั้นไม่สามารถใช้ชีวิตแบบคนปกติได้เลย

ตัวจับเวลา, การถ่ายภาพ, ช่างภาพ, เซลฟี

วิธีการป้องกันลูกหลานเสพติดเซลฟี่มีคำแนะนำดังนี้

1. สอนเด็กให้มองและยอมรับในความแตกต่างของคนที่มีไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน ข้อนี้สำคัญมาก สอนให้เด็กจะได้เข้าใจ จะได้ไม่นำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

2. ควรเลี้ยงดูบุตรหลาน โดยให้ความรัก ความอบอุ่น เด็กจะให้ความสำคัญกับคนรอบข้างที่เป็นความจริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงให้คำแนะนำการใช้โลกออนไลน์และเซลฟี่ให้เหมาะสม ถูกต้อง ถูกเวลา

3. ฝึกเด็กให้รู้จักระเบียบวินัย รู้จักควบคุมตัวเองในการใช้เวลาในโลกออนไลน์  สิ่งสำคัญ ผู้ปกครองจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการควบคุมพฤติกรรมการถ่ายเซลฟี่ของตนเองให้เด็กได้เห็นและได้รับรู้

4.สอนให้เด็กรู้จักคบเพื่อนในโลกแห่งความเป็นจริง ฝึกทักษะทางสังคม เช่น การยิ้ม การชื่นชมคนอื่น รู้จักการแบ่งปันผู้อื่น

5.ฝึกให้เด็กมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองในโลกแห่งความเป็นจริง โดยการชวนทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว เช่น การออกกำลังกาย  ดูหนัง ฟังเพลง ทำงานศิลปะ ทำอาหาร ทำงานบ้าน หรือจิตอาสาอื่นๆ  เป็นต้น เพื่อทำให้เด็กมองเห็นคุณค่าและเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง   

สังคมออนไลน์ถือว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้คนมีโอกาสได้เห็นหน้าตาตัวเองบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อน ทำให้เกิดความระแวงในหน้าตาของตัวเองว่าจะสวยหรือหล่อหรือไม่ ขณะเดียวกันการเซลฟี่ที่บ่อยมากเกินไป อาจสะท้อนถึงความกังวลและความไม่มั่นใจในตัวเอง และอาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้รู้สึกว่าต้องทำให้ตัวเองดูดีสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง หลายคนอาจถึงกับตัดสินใจทำศัลยกรรม เพื่อให้ได้หน้าตาที่สวยแบบตามคนในอุดมคติ หรือทำให้สวยเหมือนในภาพเซลฟี่ที่ใช้โปรแกรมตกแต่งเพิ่ม เพื่อทำให้เป็นที่ยอมรับในสังคม

เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา

แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Fanpage : Aj Link

ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net

ที่มา – PRdmh

Linda Barbara

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Vestibulum imperdiet massa at dignissim gravida. Vivamus vestibulum odio eget eros accumsan, ut dignissim sapien gravida. Vivamus eu sem vitae dui.

Recent posts

Recent comments

error: Content is protected !!