Jeff Bezos มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Amazon

173

ผู้ประกอบการชาวอเมริกัน Jeff Bezos เป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Amazon และเจ้าของ ‘The Washington Post’ จากพ่อค้าขายหนังสือออนไลน์ สู่เจ้าพ่อ E-commerce ที่ขายทุกอย่างให้คนทั้งโลก กลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก แซงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกตลอดกาลอย่าง Bill Gates เจ้าของ Microsoft

Jefffrey Preston Bezos หรือ Jeff Bezos เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม ปี 1964 ที่เมือง Albuquerque, New Mexico ประเทศสหรัฐอเมริกา อาศัยอยู่กับแม่ของเขา Jacklyn Gise Jorgensen พ่อของเขาได้แยกทางกับแม่ของเขาตั้งแต่ตอนเขาพึ่งเกิดได้ไม่นาน เมื่อ Jeff Bezos อายุ 5 ขวบ แม่ของเขาได้แต่งงานใหม่กับพ่อเลี้ยงชื่อ Miguel Mike Bezos เป็นชาวคิวบาที่อพยพมาประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วัย 15 ปี ในวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นของ Jeff Bezos อาศัยอยู่กับคุณตาของเขาเป็นส่วนใหญ่ Jeff Bezos ได้เรียนรู้งานประดิษฐ์ งานช่าง โดยมีคุณตาคอยสอนและดูแล จึงทำให้ Jeff Bezos มีนิสัยรักการเรียนรู้และชอบสิ่งประดิษฐ์ ชีวิตในวัยเรียน Jeff Bezos เป็นคนที่ขยันเรียนมาก ในช่วงมัธยมปลาย Jeff Bezos ได้ย้ายบ้านไปที่เมือง Miami รัฐ Florida โดยเข้าศึกษาที่โรงเรียน Miami Palmetto Senior High School ต่อมาเขาได้สอบเข้ามหาวิทยาลัย Princeton สาขาวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จบการศึกษาในปี 1986 เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสองสาขาวิชา วิชาเอกวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และวิชาวิศวกรรมการไฟฟ้า

หลังจากที่เรียนจบ Jeff Bezos ไปที่ Wall Street เป็นพนักงานวิเคราะห์แนวโน้มหุ้นด้วยคอมพิวเตอร์ของบริษัท Fitel วิทยาการคอมพิวเตอร์เป็นที่ต้องการมากขึ้นในหลายบริษัท ทำให้หน้าที่การงานของ Jeff Bezos นั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว ต่อมาเขาได้เข้าทำงานที่บริษัทลงทุน E.D. Shaw & Co. เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้วิทยาการคอมพิวเตอร์สู่ตลาดหุ้น ในระหว่างที่เขาทำงานอยู่ที่นี่ เขาพบกับ MacKenzie ภรรยาของเขาซึ่งเป็นบัณฑิตของ Princeton เช่นกัน Jeff Bezos แต่งงานกับ MacKenzie Bezos ในปี 1993 ซึ่งเธอก็ทำงานที่เดียวกันกับ Jeff ในตำแหน่งนักวิจัยและเป็นผู้ช่วยของ Jeff Bezos และทั้งคู่ก็ได้มีลูกด้วยกันทั้งหมด 4 คน และในปีนั้น Jeff Bezos ได้ขึ้นเป็นระดับผู้บริหารอย่างรวดเร็ว มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ต่อมาเขาได้รู้จักกับโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่ง ณ ตอนนั้นอินเทอร์เน็ตยังเป็นที่รู้จักน้อยมาก ๆ จนกระทั่งในปี 1994 Jeff Bezos ออกจากบริษัทลงทุน E.D. Shaw & Co. และได้เห็นแนวโน้มว่ามีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเติบโตขึ้น 2,300 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน แถมในสมัยมีร้านค้าออนไลน์น้อยมาก Jeff Bezos จึงตัดสินใจตลาดหนังสือเป็นตัวเลือกแรก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ติดอันดับ Top 20 ที่มีคนสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์สูงที่สุด และข้อดีอีกอย่างของร้านค้าในอินเทอร์เน็ต คือ การที่ศาลฎีกาสหรัฐฯพิพากษาคดีล่าสุดว่าการสั่งซื้อทางไปรษณีย์ไม่ต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐบาล ในปี 1995 Jeff Bezos ตัดสินใจใช้ชื่อเว็บไซต์ว่า Amazon.com ที่ได้แรงบันดาลใจจากชื่อแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีจุดประสงค์หลักคือ ต้องการเป็นร้านขายหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Amazon เปิดตัววันที่ 16 กรกฏาคม 1995 โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายคนรู้จักทางอีเมล์ และเกิดการไวรัลออกไปแบบปากต่อปาก เขาใช้กลยุทธ์เรื่องราคาของการค้าปลีกทั่วไปนั่นก็คือ เขาขายหนังสือต่ำกว่าราคาปก อยู่ประมาณ 10-30% เว็บไซต์ Amazon.com ยังเป็นที่สนใจของ Jerry Yang ผู้ก่อตั้ง Yahoo โดย Jerry Yang ได้ติดต่อ Jeff Bezos เพื่อขอนำข้อมูลเว็บไซต์ไปแปะไว้ในหน้าแนะนำเว็บน้องใหม่ ทำให้ในสุดสัปดาห์นั้น Amazon.com มียอดจำหน่ายพุ่งขึ้นเป็น 12,000 เหรียญ (หรือประมาณ 3 แสนกว่าบาท) ในทันที หลังจากนั้นเพียง 30 วัน เขาก็ได้ลูกค้าเข้ามาจากทั่วประเทศอเมริกา แถมยังมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศกว่าอีก 45 ประเทศอีกด้วย ยอดขายหนังสือของเขาเติบโตเป็น 20,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อสัปดาห์ภายใน 2 เดือน และด้วยความที่ยอดขายหนังสือของเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว เพียงผ่านไปแค่ 2 ปี Jeff Bezos ก็ได้นำบริษัท Amazon จดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นในปี 1997 โดยมีมูลค่าของหุ้น Amazon นั้นสูงกว่า ร้านหนังสืออย่าง Bans and Nobles เป็นร้านหนังสือใหญ่ที่สุดของอเมริกาในสมัยนั้น ทำให้ Jeff Bezos ขยายช่องทางในธุรกิจ ที่จะไม่หยุดอยู่แค่ขายหนังสือออนไลน์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เขาจึงค่อย ๆ เพิ่มสินค้าใหม่เข้าไปในร้าน ไม่ว่าจะเป็น CD, DVD, Elctronics และอื่น ๆ อีกมากมาย จน Amazon.com ได้รับฉายาว่า “Everything Store” เป็นเว็บไซต์ขายของออนไลน์ที่ขายปลีกสินค้ามากมาย ในปัจจุบัน Amazon.com มีสินค้าทั้งหมดรวมแล้วมากกว่า 300 ล้านรายการ จากแต่เดิมมีประมาณหลักสิบล้าน แต่เนื่องจาก Amazon.com ใช้วิธีการให้เหล่าบรรดาผู้ค้ารายอื่น ๆ เข้ามาร่วมขายด้วย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายอื่น ๆ เข้ามาแข่งขันกับ Amazon เอง โดยสามารถขายสินค้าประเภทเดียวกันได้ แถมยังสามารถขายตัดราคาให้มีราคาถูกกว่า Amazon.com ก็สามารถทำได้เช่นกันและในปี 1999 นิตยสาร Time Magazine ก็ได้ยกให้ Jeff Bezos เป็นบุคคลแห่งปี 1999 เนื่องจาก Jeff Bezos นั้น ได้เปลี่ยนแปลงวงการการค้าขายของตลาดโลกไปโดยสิ้นเชิง ในช่วงปี 2000 นั้น Amazon ได้พบกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เรียกวิกฤตนี้ว่า “ฟองสบู่ดอทคอม” เนื่องจากในสมัยนั้นอินเตอร์เน็ตมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีบริษัทอินเตอร์เน็ตสามารถเข้าตลาดหุ้นได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทำให้มีมูลค่าหุ้นสูงเกินจริง จึงทำให้ดัชนีในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นจาก 1,200 จุดในปี 1995 ไปถึงจุดสูงสุดที่ 6,000 จุด แต่แล้ว ในเดือน มีนาคม ปี 2000 ดัชนีหุ้น Nasdaq ปรับตัวลง จาก 6,885 จุด ลดลงเหลือมาเพียง 1,600 จุด ในเดือนกันยายน ปี 2002 ทำให้บริษัทหลายแห่งปิดตัวลง และผลกระทบนี้ ก็ส่งผลต่อ Amazon.com ด้วย จึงทำให้ Jeff Bezos ต้องตัดสินใจปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ และลดจำนวนพนักงานลง ด้วยการปลดพนักงานกว่า 1,300 ตำแหน่ง ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2001 และในปัจจุบันนั้น ก็มีพนักงานกว่า 500,000 คน โดยในปี 2017 Amazon.com นั้น มีรายได้อยู่ที่ 177,900 ล้านหรียญสหรัฐฯ และ Amazon.com ก็ยังคงขยายธุรกิจและเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากด้าน E-commerce แล้ว Jeff Bezos ยังได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับธุรกิจอวกาศ ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลของคุณตามาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณตาของเขานั้น เคยทำงานเป็นผู้อำนวยการส่วนภูมิภาคของคณะกรรมาธิการพลังงานปรมาณู ในระหว่างปี 2000 Jeff Bezos ได้ก่อตั้งบริษัทเกี่ยวกับธุรกิจอวกาศ ที่ชื่อว่า Blue Origin ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงทดลองและพัฒนาโครงการจรวดขนส่งยานอวกาศ โดยได้มีการทดลองส่งยานอวกาศอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งในปี 2011 Blue Origin ก็ได้รับเงินทุนจากองค์กร NASA เพื่อเร่งพัฒนายานอวกาศ New Shepard

Jeff Bezos เป็นคนที่มุ่งมั่น และเอาจริงเอาจังกับงานมาก เขามักใส่ใจในทุก ๆ รายละเอียดของธุรกิจ และมักให้ความสำคัญกับลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะ Jeff ได้กล่าวเอาไว้ว่า หากไม่มีลูกค้าที่คอยซื้อสินค้าของเขา ก็คงไม่สามารถที่จะดำเนินการธุรกิจต่อไปได้ หากลูกค้ามีความสุขในการจ่ายเงิน บริษัทก็จะเงินจ่ายพนักงานและผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น

– Jeff Bezos – กล่าวเอาไว้ว่า

“ ระบบการบริการลูกค้าที่ดีที่สุด คือ ถ้าหากลูกค้าไม่ต้องการโทรหาคุณ ไม่ต้องการพูดคุยหรือสอบถามกับคุณ นั่นหมายถึง คุณได้สร้างระบบ Customer Services ที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาแล้ว ”

“ หากคุณสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมลูกค้าจะบอกต่อกันถึงเรื่องนั้น คำพูดจากปากนั้นทรงพลังมาก ”

“ ถ้าคุณทำให้ลูกค้าไม่มีความสุขในโลกทางกายภาพพวกเขาแต่ละคนอาจบอกเพื่อน 6 คน หากคุณทำให้ลูกค้าไม่มีความสุขบนอินเทอร์เน็ตพวกเขาแต่ละคนสามารถบอกเพื่อนได้ 6,000 คน ”

เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา

แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Fanpage : Aj Link

ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net

ที่มา : astrumpeople, biography, awakenthegreatnesswithin

รูปภาพ : astrumpeople