Google Maps ดูรถประจำทางจอดป้ายเรียลไทม์ และควบคุม Spotify โดยไม่ต้องสลับแอพ

224
ก่อนหน้านี้ Google Maps มีการปรับเปลี่ยนฟีเจอร์หลายอย่าง ตั้งแต่หน้าตาการใช้งาน การวางแผนเที่ยวกับเพื่อน หรือการรีวิวสถานที่ให้ดูเป็นโซเชียลมากขึ้น ล่าสุด Google Maps เพิ่มเมนู Commute สามารถแจ้งเตือนการจราจรแบบเรียลไทม์ที่อาจจะทำให้ผู้ใช้เสียเวลามากขึ้นอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ต่างๆ และแนะนำเส้นทางใหม่ให้ด้วย คุณลักษณะใหม่ๆ บน Google Maps แผนที่ที่ช่วยในการควบคุมการเดินทางประจำวันสามารถช่วยให้วางแผนล่วงหน้าในการเดินทาง Google Maps มีแท็บการเดินทางซึ่งช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลการจราจรและข้อมูลการเดินทางที่เข้าถึงได้อย่างสะดวกเหมาะกับการเดินทาง โดยจะแจ้งให้ทราบว่าการเดินทางนั้นเป็นไปตามปกติหรือถ้าจะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีเหตุการณ์ เช่น อุบัติเหตุหรือการจราจรหนาแน่น ในกรณีที่เกิดความล่าช้าจะแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับเส้นทางอื่นเพื่อช่วยให้เดินทางได้เร็วขึ้น ใน Android จะได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับความล่าช้าและการหยุดชะงักบนเส้นทาง เพื่อให้สามารถทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะติดอยู่บนท้องถนนกับความล่าช้า สำหรับการเดินทางรถสาธารณะ Google Maps จะแสดงรายละเอียดมากขึ้นไปอีก เช่น ต้องใช้เวลาเดินเท้าเท่าไรจากป้ายรถบัสและสถานีรถไฟ สามารถดูเรียลไทม์ว่ารถจะมาหรือยังจะได้วางแผนถูกว่าควรเดินหรือวิ่งไปขึ้นรถ สำหรับในซิดนีย์ Google Maps จะบอกได้ถึงขนาดว่ามีที่นั่งเหลือบนรถไหม เพราะ Google ร่วมมือกับการขนส่ง Transport New South Wales ฟีเจอร์นี้จะขยายไปยังเมืองอื่นในอนาคต แต่สำหรับฟีเจอร์รถสาธารณะแบบเรียลไทม์ในกรุงเทพฯ ก็ยังไม่แน่ว่าจะทำได้หรือไม่ ถ้าต้องนั่งอยู่ในรถอาจทำให้อยากฟังเพลง Google Maps ยังเพิ่มปุ่มควบคุมสตรีมมิ่งเพลง Spotify เข้ามาในแอพด้วย เพื่อให้คุณสามารถควบคุมเพลง เปลี่ยนเพลงและค้นหาเพลงได้ผ่านแอพโดยไม่ต้องออกจากแผนที่ โดยเรียกดูผ่านเพลงอัลบั้ม podc ​​asts และเพลย์ลิสต์ที่ใช้งานง่ายและใหม่ ไม่ต้องสลับระหว่างแอพพลิเคชั่นและสามารถดูแผนที่ไปพร้อมกันได้อีกด้วย No Description ฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมดจะเริ่มทยอยอัพเดตจาก Play Store หรือ App Store ทั้งระบบ iOS และ Android ในช่วงสัปดาห์นี้ เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
Fanpage : Aj Link ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net  ที่มา – Google Blog