สิ่งที่คุณต้องกำหนดเวลาชำระค่าโฆษณาบน Facebook

285

เวลาที่คุณจะถูกเรียกเก็บค่าบริการสำหรับโฆษณาของคุณ ขึ้นอยู่กับวิธีการชำระค่าบริการเหล่านั้น เมื่อคุณโฆษณาบน Facebook คุณสามารถชำระค่าบริการได้โดยหนึ่งในสองวิธีดังนี้:

  • การชำระเงินอัตโนมัติ: คุณไม่ต้องชำระโดยทันที แต่กลับกัน คุณจะมีค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อโฆษณาของคุณแสดงให้กลุ่มเป้าหมายได้เห็น จากนั้น เราจะเก็บค่าบริการโดยวิธีการชำระเงินอันดับต้นจากคุณโดยอัตโนมัติตามวันเรียกเก็บค่าบริการของคุณและเมื่อคุณใช้จ่ายเงินจนถึงระดับจำนวนที่เรียกว่าเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน นี่คือวิธีการชำระเงินในกรณีที่คุณใช้ PayPal หรือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตส่วนใหญ่ในการซื้อโฆษณา
  • การชำระเงินด้วยตนเอง: คุณจะต้องเติมเงินในบัญชีของคุณก่อน จากนั้นเราจะหักเงินจากจำนวนดังกล่าววันละครั้งขณะที่คุณเผยแพร่โฆษณา นี่คือวิธีดำเนินการหากคุณใช้ วิธีการชำระเงินแบบกำหนดเอง (เช่น Boleto Bancário หรือ QIWI) ในการซื้อโฆษณา ด้วยการชำระเงินแบบกำหนดเอง คุณจะไม่มีเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน

บทความนี้จะอธิบายวันเรียกเก็บเงินของคุณและกำหนดเวลาที่คุณต้องจ่ายค่าโฆษณาหากคุณมีเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน หากคุณใช้การหักบัญชีโดยตรงหรือวิธีการชำระเงินแบบกำหนดเองในการชำระค่าโฆษณา คุณจะไม่มีเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน

คุณจะถูกเรียกเก็บเงิน หากคุณมีเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน

เราจะเรียกเก็บค่าโฆษณาบน Facebook จากคุณ ดังนี้

  • ตามวันเรียกเก็บเงินประจำเดือนของคุณ
  • เมื่อจำนวนการใช้จ่ายของคุณถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงินของคุณ

กรณีแรกเกิดขึ้นทุกๆ เดือน กรณีที่สองอาจเกิดขึ้นได้หลายครั้งต่อเดือนหรือไม่เกิดเลย ขึ้นอยู่กับการกำหนดจำนวนเงินที่เป็นเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน และงบประมาณที่ใช้ภายในแคมเปญโฆษณา

ถ้าคุณกำลังเผยแพร่โฆษณาของคุณแต่มีค่าใช้จ่ายไม่ถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน คุณจะได้รับใบเรียกเก็บเงินในวันเรียกเก็บเงินเท่านั้น แต่เนื่องจากคุณอาจมีค่าใช้จ่ายถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงินได้และอาจมีค่าใช้จ่ายในวันเรียกเก็บเงิน คุณจึงอาจได้รับใบเรียกเก็บเงินมากกว่าหนึ่งครั้งในเดือนหนึ่ง ด้วยเหตุนี้เช่นกันที่คุณอาจถูกเรียกเก็บค่าบริการหลังจากซื้อโฆษณาหรือแม้แต่หลังจากที่คุณหยุดการแสดงโฆษณาไปแล้วก็ตาม

ในตอนแรก เกณฑ์การเรียกเก็บเงินจะตั้งตามยอดเริ่มต้นโดยขึ้นอยู่กับประเทศ สกุลเงิน รวมถึงวิธีการชำระเงินที่คุณใช้เพื่อชำระค่าโฆษณาสำหรับบัญชีผู้ใช้โฆษณาของคุณ จากนั้น ในแต่ละครั้งที่คุณมีค่าใช้จ่ายถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงินและได้ทำการชำระเงินอย่างเสร็จสมบูรณ์ เกณฑ์การเรียกเก็บเงินของคุณจะเพิ่มขึ้นจนกว่าบัญชีผู้ใช้ของคุณจะไปถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงินสูงสุด

ค้นหาเกณฑ์การเรียกเก็บเงินของคุณ
    1. ไปที่ “การตั้งค่าการชำระเงิน” ของคุณ
    2. ในส่วน “การเรียกเก็บเงินครั้งถัดไป” ให้ตรวจสอบจำนวนเงินที่อยู่ถัดจาก “คุณจะได้รับใบเรียกเก็บเงินเมื่อคุณใช้จ่ายเช่นกัน”

หมายเหตุ: หากขณะนี้บัญชีของคุณเปิดใช้งานคูปองโฆษณาอยู่ เราจะเรียกเก็บค่าบริการจากคุณด้วยวิธีที่แตกต่างออกไปและคุณจะไม่เห็นเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน

นี่คือเกณฑ์การเรียกเก็บเงินของคุณ คุณจะได้รับใบเรียกเก็บเงินหากคุณใช้จ่ายจำนวนเงินนี้ในขณะที่คุณแสดงโฆษณา หากคุณยังคงแสดงโฆษณาต่อไปหลังจากที่ยอดถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงินแล้ว คุณจะได้รับใบเรียกเก็บเงินอีกหนึ่งใบในวันเรียกเก็บเงินสำหรับค่าโฆษณาที่เหลือ หากคุณต้องการเปลี่ยนความถี่ในการถูกเรียกเก็บเงิน

จัดการวันเรียกเก็บเงินของคุณ

วันเรียกเก็บเงินรายเดือนของคุณจะกำหนดว่าคุณจะได้รับการเรียกเก็บค่าบริการสำหรับค่าโฆษณาในแต่ละเดือนที่ไม่ถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงินเมื่อไร

ค้นหาวันเรียกเก็บเงินของคุณ
    1. ไปที่ “การตั้งค่าการชำระเงิน” ของคุณ
    2. ตรวจสอบวันที่ในส่วน “การเรียกเก็บเงินครั้งถัดไป

หมายเหตุ: หากคุณมีคูปองโฆษณาที่เปิดใช้งานในบัญชีผู้ใช้ของคุณ คุณจะได้รับการเรียกเก็บเงินที่แตกต่างออกไป

นี่คือวันเรียกเก็บเงินประจำเดือนของคุณ ซึ่งมักจะเป็นวันสุดท้ายของเดือนเสมอสำหรับผู้ลงโฆษณาหลายราย

คุณจะได้รับใบเรียกเก็บเงินเมื่อค่าใช้จ่ายในการโฆษณาถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน และอีกครั้งในวันเรียกเก็บเงินหากมีค่าใช้จ่ายค้างที่มีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงินของคุณ ถ้าคุณใช้จ่ายไม่ถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน คุณจะได้รับใบเรียกเก็บเงินในวันเรียกเก็บเงินเท่านั้น

เปลี่ยนแปลงวันเรียกเก็บเงินของคุณ
ฟีเจอร์นี้จะทยอยเปิดตัว และขณะนี้ยังไม่พร้อมให้บริการกับผู้ลงโฆษณาทุกคน

ขณะนี้คุณสามารถควบคุมว่าจะจ่ายค่าโฆษณาเมื่อไรได้มากขึ้น โดยการเลือกวันเรียกเก็บเงินของคุณเอง เมื่อคุณเปลี่ยนแปลงวันเรียกเก็บเงินของคุณ คุณจะได้รับการเรียกเก็บค่าบริการในแต่ละเดือนตามวันที่คุณเลือกสำหรับค่าโฆษณาที่ไม่ถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงินของคุณ

ขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงวันเรียกเก็บเงินของคุณ
    1. ไปที่ “การตั้งค่าการชำระเงิน” ของคุณ
    2. ในส่วน “การเรียกเก็บเงินถัดไป” ให้คลิก “จัดการ
    3. ในเลือกวันเรียกเก็บเงินใหม่ คลิกที่เมนูดร็อปดาวน์แล้วเลือกวันเรียกเก็บเงินที่คุณต้องการใช้
    4. คลิก “บันทึกการเปลี่ยนแปลง

หมายเหตุ: หากคุณเลือกวันเรียกเก็บเงินที่ไม่มีในทุกๆ เดือน (เช่น วันที่ 31) คุณจะได้รับการเรียกเก็บเงินในวันสุดท้ายของแต่ละเดือนที่ไม่มีวันนั้นๆ แทน

วันเรียกเก็บเงินรายเดือนของคุณจะได้รับการอัพเดต โปรดทราบว่าคุณจะยังคงได้รับใบเรียกเก็บเงินถัดไปตามวันเรียกเก็บเงินที่คุณมีก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลง หลังจากนั้น วันเรียกเก็บเงินใหม่ของคุณถึงจะมีผล

เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา

แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Fanpage : Aj Link

ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net 

ข้อมูลจาก Facebook