เบื่อไหม! ที่เครื่องช้าบ้าง เครื่องค้างบ้าง ทำอะไรก็ไม่ทันใจ มาดูวิธีแก้กันดีกว่า

841

คอมพิวเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ที่หลายๆ คนต้องมีไว้ใช้กันอยู่แทบทุกคน และปัจจุบันระบบปฏิบัติการที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด คงไม่พ้น “Microsoft Windows” อย่างแน่นอน ซึ่งหลายๆ คนจะเคยเจอ คอมพิวเตอร์ทำงานช้า บ้าง โปรแกรมค้างบ้าง ทำให้คุณ หงุดหงิด และรำคาณใจอย่างมาก

เชื่อว่าอาการเครื่องช้า หรือ โปรแกรมหยุดทำงานเอาซะดื้อๆ ซึ่งอาจจะมีการติดไวรัส หรือ ฮาร์ดดิสเต็ม แรมไม่พอ หรืออีกหลาย ๆ อย่าง ล้วนเป็นสาเหตุหลักของคอมพิวเตอร์ด้วยกันทั้งนั้น วันนี้ได้นำแนวทางแก้ไข ช่วยลดปัญหาเหล่านี้มาให้คุณลองไปแก้ไขกันดู ค่ะ

1.ติดตั้งโปรแกรมเยอะไปหรือเปล่า ?

       ปัจจุบันเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลจะสามารถทำได้ดีขึ้น บรรจุข้อมูลต่างๆ ได้มากขึ้น แต่ก็ยังมีผู้ใช้หลายคนประสบปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ไม่ใช่น้อย  โดยปัญหาเหล่านี้ จะเกิดจากการติดตั้งซอฟต์แวร์ หรือ เกมต่างๆ มากเกินไป นอกจากจะใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลสิ้นเปลืองแล้ว ยังมีโปรแกรม หรือ เกม นั้น มีระบบอัพเดตอัตโนมัติ หรือทำงานเบื้องหลัง อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งคุณเองก็ไม่สามารถรู้ได้เลย เว้นแต่ว่าต้องมาตรวจสอบกันอย่างจริงจัง โปรแกรมตัวไหนไม่ใช้ แนะนำให้ถอนการติดตั้งเสียดีกว่านะคะ นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ Start up หรือโปรแกรมเริ่มต้นที่เปิดขึ้นมาพร้อมกับระบบวินโดวส์ ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้จะถูกสั่งให้ทำงานพร้อมกับระบบเมื่อเปิดเครื่องใช้งาน แถมยังสแตนด์บายให้รอทำงานหรือบางครั้งก็เริ่มทำงานพร้อมกับระบบปฏิบัติการด้วย ก็ไม่น่าแปลกที่ทำไมบางครั้งเราใช้ระยะเวลาในการเปิดเครื่องนานขึ้น หรือเปิดโปรแกรมช้ามากๆ

2. หน่วยความจำประเภท RAM มีน้อย จนเกินไป

         เป็นปัญหายอดนิยมเลยก็ว่าได้ที่หลายคนที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนมากจะรู้ อาจจะด้วยคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่ใช้รองรับแรมได้น้อย หรือไม่มีช่องสำหรับใส่เพิ่ม เมื่อต้องติดตั้งโปรแกรมและใช้งานจริง ก็จะพบกับปัญหามากมายอาจต้องการใช้แรมมากขึ้น อาการที่เห็นได้ก็คือ เปิดโปรแกรมช้าลง ทำงานช้าลงและสุดท้ายเมื่อโหลดมากๆ เข้า ก็จะช้า และค้างไปในที่สุด

3. มีอะไรมาแอบมาแชร์ทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

         อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการมากมายกับคอมพิวเตอร์ตัวโปรดของคุณ เรียงหน้ากันมาตั้งแต่ ไวรัส (Virus) ม้าโทรจัน (Trojan Horse) มัลแวร์ (Malware) หรือแอดแวร์ (Adware) ซึ่งล้วนแต่เป็นต้นเหตุที่จะคอยดึงทรัพยากรเครื่องไปใช้อยู่ตลอดเวลา บางตัวก็ใช้ในการรันตัวเองให้ทำงานตามที่ถูกเขียนมา หรืออย่างม้าโทรจันที่เข้ามาแฝง ก็ใช้ทรัพยากรเพื่อเก็บและส่งข้อมูลออกไปแบบลับๆ หรือจะเป็นแอดแวร์ที่จะเปิดหน้าต่างเว็บขึ้นมา เพื่อรบกวนการทำงานของบราวเซอร์อยู่บ่อยครั้ง นอกจากจะทำให้คอมพิวเตอร์ค้าง หรือช้าลงแล้ว และเมื่อไวรัสเริ่มทำงาน แอนตี้ไวรัสก็จะต้องทำงานขึ้นมาเพื่อตรวจจับ ก็จะส่งผลให้คอมพิวเตอร์ยิ่งทำงานหนักขึ้นไปอีกเช่นกัน

4. ฮาร์ดดิสก์เสีย หรือเสื่อมสภาพ?

          สาเหตุนี้เกิดขึ้นได้กับฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) ที่ใช้งานมานาน และฮาร์ดดิสก์บนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ที่ไม่ค่อยได้รับการเอาใจใส่ดูแล บ้างก็อาจจะเกิด Bad sector กลไกการทำงานเริ่มลดประสิทธิภาพลงไป การหมุนแบบผิดปกติที่ทำให้หัวอ่านเริ่มชำรุด หรือแม้กระทั่งการกระแทกก็อาจจะนำมาสู่อาการช้าหรือค้างของคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน

5. คุณเคยกำจัดไฟล์ “ขยะ” กันบ้างหรือเปล่า? (Temp file, cookies, Dump file)

           เมื่อพูดถึงไฟล์ “ขยะ” ต้องมารู้จักกันก่อนว่า มันคืออะไร ทำไมต้องเรียกว่าไฟล์ขยะ และ ไฟล์ขยะไม่มีประโยชน์จริงหรือป่าวไปลองแยกประเภทของไฟล์ขยะกันดีกว่าค่ะ …

  • ไฟล์ขยะที่เกิดจากการ “ติดตั้ง” (Install) ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งวินโดวส์ ติดตั้งโปรแกรมต่างๆ การอัพเดทโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ต่างๆ กระบวนการเหล่านี้จะทำให้เกิดไฟล์ขยะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าการอัพเดทหรือลงโปรแกรมต่างๆ วินโดวส์จะแตกและแยก (extract file) ไฟล์นั้นๆออกมาแล้วค่อยติดตั้งมันลงไปในฮาร์ดดิสก์ กระบวนการนี้จะทำให้เกิดไฟล์ที่เหลือทิ้ง เช่น .temp .old .bak ซึ่งไฟล์ที่เหลือทิ้งเหล่านี้คอมพิวเตอร์ของเราไม่ต้องการใช้มันอีกแล้ว

  • ไฟล์ขยะที่หลงเหลือจากการที่เราลบโปรแกรม (uninstall) ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เกิดจากการถอนการติดตั้งที่ไม่สมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ค่า Registry ที่ยังไม่ถูกแก้ไขหรือตัวแปรที่เพิ่มหรือลดค่าภายในคอมพิวเตอร์ของเรานั้นเอง ไฟล์ขยะอื่นๆเช่น .temp .bak .chk .htt และ prefetch file เป็นต้น ซึ่งไฟล์เหล่านี้คอมพิวเตอร์ของท่านก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้อีกต่อไป

  • ไฟล์ขยะที่ทุกท่านน่าจะคุ้นเคยมากที่สุด ไฟล์ที่เกิดจากการเล่นอินเตอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น cookies .temp .htt cached เป็นต้น ไฟล์เหล่านี้ต่างจากไฟล์ที่บอกข้างต้น เพราะว่าไฟล์ขยะเหล่านี้ที่จริงมีประโยชน์ เวลาท่านเข้าเว็บไซต์ต่างๆหน้าตาของมันไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ แฟลช และปุ่มต่างๆ จะถูกเก็บไว้เป็น temp file เพื่อที่จะทำให้เราเข้าเว็บไซต์นั้นๆ ได้เร็วขึ้น

  • Restore Point หรือ Windows Protection Feature ระบบนี้จะเป็นตัวป้องกันความเสียหายรุนแรงที่อาจเกิดกับคอมพิวเตอร์ของท่าน เช่นการที่คอมพิวเตอร์ของท่านเกิดระบบล้มเหลวหรือจอฟ้า (blue screen) ยิ่งถ้าฮาร์ดดิสก์มีขนาดใหญ่มากแค่ไหน system restore ก็จะกันที่ไว้มากยิ่งขึ้น คอมพิวเตอร์จะกู้คืนข้อมูลต่างๆจาก Restore Point ที่ใกล้ที่สุด ซึ่ง Restore Point เหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากแต่ว่าเราไม่ได้มีแค่ Restore Point เพียงจุดเดียว ดังนั้น Restore Point จึงใช้พื้นที่ไปเยอะทีเดียว

เป็นยังไงบ้างค่ะ กับวิธีแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ง่ายๆ เบื้องต้น ที่จะทำให้เครื่องของคุณไม่ทำงานช้า จนหอยทากเดินนำได้นะคะ อ่านบทความนี้เสร็จอย่าลืมไปตรวจเช็คคอมพิวเตอร์ของคุณดูนะคะ

เกาะติดข่าวสารการตลาดออนไลน์ เทคนิคการโปรโมทโฆษณา

แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @ajlink ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

Fanpage : Aj Link

ติดตามข่าวสารไอที : www.ajlink.net

เรียบเรียงโดย : ajlink.net

ข้อมูลจาก : thumbsup.in.th